กรุงเทพมหานครมีกฎระเบียบการบินโดรนที่เข้มงวดที่สุดในประเทศ เนื่องจากมีสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่มีเส้นทางบินพาณิชย์หนาแน่น
ปี 2569 กรุงเทพฯ ถูกจัดเป็นเขตบังคับใช้กฎหมายโดรนเข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งร่วมกับภูเก็ต สมุย และเชียงใหม่ โดย CAAT ใช้ระบบ Track & Trace ผ่าน UAS Portal ตรวจสอบโดรนที่กำลังบิน โดรนที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้องจึงถูกตรวจจับ ดำเนินคดีเด็ดขาด และอาจถูกยึดอุปกรณ์ทันที
พื้นที่ห้ามบินโดรนในกรุงเทพฯ
- รัศมี 9 กม. รอบสนามบินสุวรรณภูมิ: ห้ามบินเด็ดขาด ครอบคลุมลาดกระบัง, บางนา
- รัศมี 9 กม. รอบสนามบินดอนเมือง: ห้ามบินเด็ดขาด ครอบคลุมหลักสี่, ดอนเมือง
- พื้นที่ราชการ/ทหาร: ทำเนียบรัฐบาล, กองทัพ
ประเภทพื้นที่ห้ามบินในกรุงเทพฯ
นอกจากเขตสนามบิน กรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่ต้องห้ามอีกหลายประเภทที่นักบินโดรนมักมองข้าม (ดูฉบับรวมทั่วประเทศที่ พื้นที่ห้ามบินโดรนในไทย 2569)
| ประเภทเขต | ตัวอย่างในกรุงเทพฯ | กฎที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| เขตสนามบิน | รัศมี 9 กม. รอบสุวรรณภูมิและดอนเมือง | ห้ามบินเด็ดขาด ต้องขออนุญาตพิเศษจาก CAAT และ ทอท. |
| เขตพระราชฐาน | พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว | ห้ามบินทุกกรณีเด็ดขาด |
| เขตทหาร/ราชการ | ทำเนียบรัฐบาล ค่ายทหาร เรือนจำ | ห้ามบินหากไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า |
| เขตชุมชนหนาแน่น | ตลาดนัดจตุจักร สวนสาธารณะใหญ่ งานเทศกาล | ห้ามบินเหนือฝูงชน หลายจุดใกล้เขตพระราชฐาน |
| เหนือถนนทางหลวง | ถนนหลวง ทางด่วนที่จราจรหนาแน่น | ห้ามบินเหนือแนวถนน |
วิธีตรวจสอบว่าพื้นที่ของคุณบินได้ไหม
ใช้แอป AirMap หรือ CAAT DronePortal
ก่อนบินทุกครั้ง ตรวจสอบผ่าน AirMap หรือ droneportal.caat.or.th เพื่อดูแผนที่ No-Fly Zone ล่าสุด
กฎการบินและบทลงโทษที่ต้องรู้ในกรุงเทพฯ
ต่อให้อยู่นอกเขตห้ามบิน ยังต้องบินสูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) จากพื้นดิน บินเฉพาะเวลากลางวันโดยมองเห็นโดรนด้วยตาตลอดเวลา ห้ามบินเหนือฝูงชน และรักษาระยะห่างจากบุคคล สิ่งก่อสร้าง หรือยานพาหนะอย่างน้อย 30 เมตรในแนวราบ
และโดรนต้องมีทะเบียนก่อนบิน — โดรนที่มีกล้องทุกตัวต้องขึ้นทะเบียน กสทช. ภายใน 30 วันนับจากวันที่ซื้อ ส่วนการใช้เชิงพาณิชย์หรือชาวต่างชาติต้องขึ้นทะเบียน CAAT พร้อมประกันบุคคลที่ 3 วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ดูขั้นตอนได้ที่ วิธีขึ้นทะเบียนโดรนกับ กสทช. และ ขึ้นทะเบียนโดรน CAAT
หากจำเป็นต้องบินในเขตห้ามบิน เช่น ถ่ายทำภาพยนตร์หรืองานราชการ ต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษจาก CAAT และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กองทัพอากาศ หรือ ทอท.) ล่วงหน้าอย่างน้อย 15–30 วัน ส่วนการฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกแจ้งข้อหาบุกรุกหรือความมั่นคงเพิ่ม และถูกยึดโดรนทันที ขณะที่การบินโดยไม่ขึ้นทะเบียน กสทช. โทษสูงสุดจำคุก 5 ปี หรือปรับ 100,000 บาท อ่านตารางโทษเต็มได้ที่ โทษและค่าปรับหากบินโดรนไม่ขึ้นทะเบียน
ต้องการบินโดรนถ่ายทำในกรุงเทพฯ? ให้ RRCT ช่วยขออนุญาต
ทีมงาน RRCT มีประสบการณ์ขออนุญาต CAAT สำหรับพื้นที่พิเศษ
สรุป
การบินโดรนในกรุงเทพฯ ต้องระมัดระวังพิเศษ ตรวจสอบพื้นที่ทุกครั้งก่อนบินเสมอ
สรุปคือ ทะเบียนครบ ประกันพร้อม และเช็กแผนที่เขตห้ามบินก่อนบินทุกครั้ง งานเชิงพาณิชย์หรือพื้นที่พิเศษควรขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 15–30 วัน และติดตาม กฎหมายโดรนไทยอัปเดต 2569 เสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บินโดรนในกรุงเทพฯ ได้เลยไหม ถ้าขึ้นทะเบียนครบแล้ว?
ได้เฉพาะพื้นที่ที่เช็กแล้วว่าไม่ใช่เขตห้ามบิน คือพ้นรัศมี 9 กม. รอบสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ไม่ใช่เขตพระราชฐานหรือเขตทหาร/ราชการ และต้องไม่บินเหนือชุมชนหนาแน่นหรือแนวถนนทางหลวง โดยเช็กแผนที่ผ่าน CAAT DronePortal หรือ AirMap ก่อนทุกครั้ง เพราะกรุงเทพฯ ชั้นในมีข้อจำกัดแทบทุกโซน
รับจ้างถ่ายงานในกรุงเทพฯ ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง?
ต้องขึ้นทะเบียนทั้ง กสทช. และ CAAT พร้อมประกันบุคคลที่ 3 วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (งานเชิงพาณิชย์แนะนำ 5–10 ล้านบาท) และหากถ่ายทำในเขตที่มีข้อจำกัด ต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของพื้นที่ด้วย
ขอบินใกล้สนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองเป็นกรณีพิเศษได้ไหม?
ค่าเริ่มต้นคือห้ามบินในรัศมี 9 กม. เด็ดขาด หากจำเป็นจริง ๆ ต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษจาก CAAT ร่วมกับ ทอท. ล่วงหน้าอย่างน้อย 15–30 วัน ซึ่งมักพิจารณาสำหรับงานเชิงพาณิชย์หรือภารกิจราชการ
โดนจับบินในเขตห้ามบิน โทษแรงแค่ไหน?
ผิดตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมและโดรนถูกยึดเป็นของกลาง ถ้าเครื่องยังไม่ขึ้นทะเบียน กสทช. โทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปี หรือปรับ 100,000 บาท
เช็ก No-Fly Zone กรุงเทพฯ ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
ใช้แอป CAAT หรือเว็บ UAS Portal / droneportal.caat.or.th ซึ่งเป็นแผนที่ทางการแบบเรียลไทม์ เสริมด้วย AirMap หรือ DJI Fly App ที่มี GEO Zone ล็อกการขึ้นบินอัตโนมัติ และสังเกตป้ายห้ามบินหน้าสถานที่จริงเสมอ เพราะบางจุดเป็นกฎของเจ้าของพื้นที่เอง
