บทความที่ 11: โทษและค่าปรับ หากบินโดรนโดยไม่ขึ้นทะเบียนในไทย — กลัวก็แก้ได้ง่ายๆ
บทนำสะเทือนใจ: สถิติการจับกุมโดรนที่เพิ่มสูงขึ้น
ในยุคปัจจุบันที่โดรนกลายเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตสำหรับการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวในประเทศไทย หลายคนอาจยังไม่ทราบถึงกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการใช้โดรน สถิติการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดรนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตำรวจและสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้เพิ่มมาตรการการตรวจจับ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ รวมถึงการเข้มงวดกับโดรนส่วนตัวที่บินใกล้สนามบินหรือเขตหวงห้ามต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทางการบินในระดับชาติ
การมองข้ามขั้นตอนการขึ้นทะเบียนโดรนนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ใช่เพียงแค่การถูกตักเตือน แต่ยังหมายถึงโทษปรับทางอาญาที่รุนแรงถึงหลักแสนบาท และโทษจำคุกที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล ในบทความนี้ RRCT จะมาเจาะลึกถึงโทษของการบินโดรนอย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย และวิธีแก้ไขที่ง่ายดายและประหยัดกว่าที่คุณคิด
⚠️ คำเตือนสำคัญ: การบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดทางอาญา
การละเมิดกฎหมายโดรนในประเทศไทย อาจทำให้คุณสูญเสียทั้งเงิน โดรนของคุณ และที่สำคัญที่สุดคืออิสรภาพของคุณ โปรดดำเนินการขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนทำการบินทุกครั้ง
สรุปตารางโทษและค่าปรับ หากฝ่าฝืนกฎหมายโดรน
นี่คือบทลงโทษตามกฎหมายที่คุณต้องเผชิญ หากละเลยการปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กสทช. และ CAAT):
| ความผิด | หน่วยงาน | โทษจำคุก | โทษปรับ |
|---|---|---|---|
| ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่ลงทะเบียน กสทช.) | กสทช. (NBTC) | ไม่เกิน 5 ปี | ไม่เกิน 100,000 บาท |
| บินโดยไม่มีใบอนุญาตนักบินโดรน (ไม่ลงทะเบียน CAAT) | CAAT | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 40,000 บาท |
| บินในเขตห้ามบิน (No-Fly Zone) | CAAT + ตำรวจ | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 40,000 บาท + อาจมีโทษเพิ่มเติม |
| ไม่มีประกันภัยบุคคลที่ 3 ที่ครอบคลุม | CAAT | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 40,000 บาท |
| ชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ | ทุกหน่วยงาน | โทษเดียวกัน + อาจถูกเนรเทศหรือส่งกลับประเทศ | ตามอัตราความผิดด้านบน |
กรณีศึกษาจริง: บทเรียนที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคุณ
กรณีที่ 1: นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ภูเก็ต
นักท่องเที่ยวรายหนึ่งนำโดรนส่วนตัวเข้ามาบินเพื่อถ่ายภาพวิวทะเลที่จังหวัดภูเก็ต โดยไม่ทราบว่าบริเวณนั้นอยู่ในรัศมีใกล้สนามบินนานาชาติภูเก็ต (เขตห้ามบินเด็ดขาด) ผลคือโดรนถูกตรวจจับสัญญาณได้ ตำรวจเข้าจับกุมทันที โดรนถูกยึดเป็นของกลาง นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าปรับหลักแสนบาทและถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ในการเข้าประเทศ
กรณีที่ 2: ช่างภาพอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย
ช่างภาพอิสระรับงานถ่ายภาพมุมสูงให้โครงการหมู่บ้านจัดสรร โดยไม่ได้ทำประกันภัยและไม่ได้ขึ้นทะเบียนนักบินกับ CAAT เมื่อมีคนในพื้นที่ร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ เขาถูกตั้งข้อหาบินโดรนในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ต้องจ่ายค่าปรับ 40,000 บาท ซึ่งมากกว่าค่าจ้างที่ได้รับหลายเท่า
กรณีที่ 3: YouTuber ชื่อดังในอุทยานแห่งชาติ
YouTuber ต้องการภาพสวยๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติ จึงนำโดรนขึ้นบินโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานและ CAAT เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีทางกฎหมาย นอกเหนือจากค่าปรับแล้ว ยังต้องลบคลิปและรับมือกับกระแสวิจารณ์จากสังคม (Cancel Culture) ที่ทำให้เสียชื่อเสียงอย่างหนัก
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ ทำลายทริปหรืออาชีพของคุณ!
เริ่มต้นความสบายใจด้วยการขึ้นทะเบียนโดรนให้ถูกต้อง บริการของเรารวดเร็ว ปลอดภัย และถูกกฎหมาย 100%
ปรึกษา RRCT ฟรีผ่าน LINE"ไม่รู้กฎหมาย" ไม่ใช่ข้อแก้ตัวในศาล
ศาลไทยยึดหลักเกณฑ์ว่า "ความไม่รู้กฎหมายไม่อาจใช้เป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นผิดได้" (Ignorantia juris non excusat) ไม่ว่าคุณจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ หากคุณนำโดรนขึ้นบินในน่านฟ้าไทย คุณมีหน้าที่ต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับชาวต่างชาตินั้น ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษเพราะการถูกดำเนินคดีอาญาในประเทศไทยอาจนำไปสู่การถูกเพิกถอนวีซ่าและส่งกลับประเทศทันที
ความเสี่ยงเพิ่มเติมที่คุณอาจคาดไม่ถึง
- โดรนถูกยึดถาวร: หากใช้โดรนในการกระทำผิด โดรนสุดที่รักของคุณจะกลายเป็นของกลางในคดีอาญาและอาจถูกริบตกเป็นของแผ่นดิน
- เสียประวัติและชื่อเสียง: การมีคดีอาญาติดตัวส่งผลกระทบต่อการสมัครงาน การเดินทางไปต่างประเทศ และความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
- ความรับผิดชอบทางแพ่งมหาศาล: หากโดรนของคุณตกใส่คน รถยนต์ หรือทรัพย์สินผู้อื่น โดยที่คุณไม่มีประกันภัยโดรน คุณจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดด้วยเงินส่วนตัว ซึ่งอาจสูงถึงหลักล้านบาท
กลัวก็แก้ได้ง่ายๆ: ทำให้ถูกกฎหมายคุ้มค่ากว่ามาก
เมื่อเปรียบเทียบค่าปรับสูงสุด 100,000 บาท กับค่าใช้จ่ายในการทำให้ถูกกฎหมายแล้ว ถือว่าต่างกันลิบลับ ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน กสทช. เพียง 214 บาท (รวม VAT) เท่านั้น ส่วนการทำประกันโดรนก็มีราคาเริ่มต้นเพียงพันกว่าบาทต่อปี
ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณไม่มีเวลาหรือไม่อยากปวดหัวกับเอกสารที่ยุ่งยาก RRCT มีบริการรับขึ้นทะเบียนแบบครบจบ เริ่มต้นเพียง ฿1,299 "ความสบายใจมีราคา — แต่น้อยกว่าค่าปรับมาก" ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเราดูแลคุณ
ทำให้ถูกกฎหมายใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ กับ RRCT
ติดต่อส่งเอกสาร
ทักแชท LINE ส่งรูปถ่ายโดรน บัตรประชาชน และเอกสารพื้นฐานผ่านมือถือ
เราดำเนินการให้ทั้งหมด
ทีมงาน RRCT จัดการยื่นเอกสารกับทั้ง กสทช. และ CAAT พร้อมทำประกันภัยให้ทันที
รับใบอนุญาตพร้อมบิน
รอรับเอกสารใบอนุญาตฉบับจริงทางอีเมลภายใน 7-14 วันทำการ พร้อมบินได้อย่างสบายใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องโทษและกฎหมายโดรน
Q1: บินโดรนของเล่นตัวเล็กๆ หรือโดรน FPV ต้องขึ้นทะเบียนไหม?
A: หากโดรนมีกล้อง (ไม่ว่าจะน้ำหนักเท่าใด) ต้องขึ้นทะเบียน กสทช. และ CAAT ทุกกรณี โดรน FPV ที่ไม่มีกล้องและน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม อาจได้รับการยกเว้นในบางกรณี แต่ควรขึ้นทะเบียนคลื่นความถี่กับ กสทช. ไว้เพื่อความปลอดภัย
Q2: โดนจับครั้งแรก จะโดนปรับ 100,000 บาทเลยหรือไม่?
A: ดุลยพินิจขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนและศาล หากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก อาจมีการลดหย่อนโทษ แต่คุณจะต้องเสียเวลา เสียค่าทนาย และโดรนจะถูกยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด การป้องกันไว้ก่อนจึงดีที่สุด
Q3: เป็นชาวต่างชาติมาเที่ยวแค่ 1 สัปดาห์ ขึ้นทะเบียนไม่ทัน ทำอย่างไร?
A: กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้บินโดยไม่มีทะเบียนแม้แต่วันเดียว แนะนำให้ติดต่อ RRCT ล่วงหน้าก่อนเดินทางมาถึงประเทศไทย เราสามารถเตรียมเอกสารและยื่นล่วงหน้าให้ได้ เพื่อให้คุณพร้อมบินทันทีที่มาถึง
Q4: ซื้อโดรนมือสองมาบินก่อน แล้วค่อยไปโอนชื่อได้ไหม?
A: ไม่ได้ ผู้บินต้องมีชื่อเป็นผู้ครอบครองและมีใบอนุญาตที่ถูกต้องก่อนทำการบินเสมอ หากนำโดรนที่ยังไม่โอนชื่อไปบิน จะมีความผิดฐานไม่มีใบอนุญาตนักบินและใช้คลื่นความถี่ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ
พร้อมโบยบินอย่างถูกกฎหมายหรือยัง?
อย่าเสี่ยงกับค่าปรับแสนแพง ให้ RRCT จัดการเรื่องวุ่นวายทั้งหมดให้คุณ บริการขึ้นทะเบียนโดรน เริ่มต้น ฿1,299
สมัครแพ็กเกจขึ้นทะเบียนโดรนทันที