ประกันภัยโดรน 2567 จำเป็นไหม? ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนบินโดรนในไทย
หากคุณเพิ่งซื้อโดรนมาใหม่ คำถามแรกๆ ที่หลายคนมักสงสัยคือ "ประกันภัยโดรนจำเป็นไหม?" คำตอบสั้นๆ คือ "จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย" ในประเทศไทย การบินโดรนที่มีกล้องหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่กำหนด จำเป็นต้องมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก่อนที่คุณจะสามารถขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ ก็คือการมีกรมธรรม์ประกันภัยโดรนที่มีความคุ้มครองบุคคลที่ 3 (Third Party Liability) ตามที่กฎหมายกำหนด
ในบทความนี้ RRCT จะพาคุณเจาะลึกถึงรายละเอียดของประกันภัยโดรนว่าคุ้มครองอะไรบ้าง วงเงินเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์ และแพ็กเกจไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด เพื่อให้คุณบินโดรนได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามกฎหมาย 100%
กฎหมายบังคับ: ทำไมต้องมีประกันโดรน?
กฎหมายของ CAAT ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า: ผู้ขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) จะต้องมี กรมธรรม์ประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของบุคคลที่สาม โดยต้องมีวงเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ต่อครั้ง
นั่นหมายความว่า หากคุณไม่มีกรมธรรม์ฉบับนี้ คุณจะไม่สามารถขอใบอนุญาตจาก CAAT ได้เลย และหากฝ่าฝืนนำโดรนไปบินโดยไม่มีใบอนุญาต จะมีโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรง
ไม่อยากยุ่งยาก? ให้ RRCT จัดการให้ครบจบในที่เดียว
ทีมงานมืออาชีพดำเนินการลงทะเบียนกสทช. + CAAT ให้ครบ พาร์ทเนอร์ DJI เริ่มต้น ฿1,299
ความคุ้มครองของประกันโดรนมีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว ประกันโดรนจะแบ่งความคุ้มครองหลักๆ ออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้:
1. ความคุ้มครองบุคคลภายนอก (Third Party Liability) - บังคับตามกฎหมาย
ความคุ้มครองในส่วนนี้จะรับผิดชอบค่าเสียหายในกรณีที่โดรนของคุณไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เช่น โดรนตกใส่หลังคาบ้านคนอื่น หรือโดรนชนคนได้รับบาดเจ็บ นี่คือส่วนที่ CAAT บังคับว่าต้องมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท
2. ความคุ้มครองตัวเครื่องโดรน (Hull Damage) - ไม่บังคับแต่ควรมี
ส่วนนี้จะคุ้มครองตัวโดรนของคุณเองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดรนตก (Drone Crash) บินชนต้นไม้ ตกน้ำ หรือเกิดความเสียหายอื่นๆ ซึ่งค่าซ่อมโดรนโดยเฉพาะรุ่นยอดฮิตของ DJI มักจะมีราคาที่สูงมาก ยกตัวอย่างเช่น ค่าเสียหายของ DJI Neo อาจอยู่ที่ 10,000 บาท ไปจนถึงซีรีส์โดรนระดับโปรที่อาจสูงถึง 50,000+ บาท
กรณีศึกษา: เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังบินโดรนถ่ายวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ โดรนเกิดสัญญาณขาดหายและตกลงไปโดนกระจกรถยนต์ของผู้อื่นจนแตก และตัวโดรนเองก็พังเสียหาย หากคุณไม่มีประกัน คุณจะต้องรับผิดชอบค่ากระจกรถยนต์หลักหมื่นบาท บวกกับค่าซ่อมหรือซื้อโดรนใหม่ด้วยเงินตัวเองทั้งหมด
แต่ถ้าคุณมีประกันภัยแบบครอบคลุม บริษัทประกันจะเข้ามาดูแลค่าเสียหายของรถยนต์ (ผ่านความคุ้มครองบุคคลที่ 3) และอาจจะครอบคลุมค่าซ่อมโดรน (ถ้าคุณซื้อแผนประกันตัวเครื่องไว้ด้วย) ช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้มหาศาล
แพ็กเกจบริการจาก RRCT: จบทุกปัญหาในที่เดียว
สำหรับผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากกับการหาประกันโดรนเอง และต้องการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องอย่างรวดเร็ว RRCT มีแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานโดรนในไทยโดยเฉพาะ โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ:
- แพ็กเกจ Standard (เริ่มต้น ฿1,299)
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนให้ผ่านตามกฎหมาย
- บริการลงทะเบียนครบชุด (กสทช. + CAAT)
- รวมประกันบุคคลที่ 3 วงเงินคุ้มครอง 1,000,000 บาท (ระยะเวลา 30 วัน หรือเลือกแบบรายปี) - แพ็กเกจ Premium (เริ่มต้น ฿2,599)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด บินได้อย่างไร้กังวล
- บริการลงทะเบียนครบชุด (กสทช. + CAAT)
- รวมประกันบุคคลที่ 3 วงเงิน 1,000,000 บาท
- เพิ่มประกันตัวเครื่อง (Hull Insurance) คุ้มครองกรณีโดรนตกหรือเสียหาย
*วงเงินประกันตัวเครื่องแตกต่างกันตามรุ่น เช่น DJI Neo คุ้มครอง 10,000 บ. / Mini Series คุ้มครอง 30,000 บ. / Mavic Pro Series คุ้มครอง 70,000 บ.
**ความคุ้มครอง Premium รับผิดชอบ 100% สำหรับความเสียหายที่เกิน 10% ของทุนประกัน
สรุป
การบินโดรนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก การทำประกันภัยโดรนนอกจากจะเป็นข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว ยังเป็นการซื้อความสบายใจให้ตัวคุณเองด้วย เมื่อคุณบินโดรนอย่างถูกต้องและมีความคุ้มครองที่เหมาะสม คุณก็สามารถเก็บภาพมุมสูงที่สวยงามได้อย่างเต็มที่
ไม่อยากยุ่งยาก? ให้ RRCT จัดการให้ครบจบในที่เดียว
ทีมงานมืออาชีพดำเนินการลงทะเบียนกสทช. + CAAT ให้ครบ พาร์ทเนอร์ DJI เริ่มต้น ฿1,299