ขึ้นทะเบียนโดรน FPV & DJI Avata 2 ในไทย 2569: กฎหมาย ใบอนุญาตนักบิน และประกันภัยตัวเครื่อง
โดรน FPV (First-Person View) โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง DJI Avata 2, DJI Avata และ DJI FPV กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มช่างภาพสายลุยและผู้ชอบความตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโดรน FPV มีความเร็วสูง (มากกว่า 100 กม./ชม.) และผู้บินต้องสวมแว่น FPV Goggles กฎหมายไทยจึงกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเป็นพิเศษ
1. โดรน FPV & DJI Avata 2 ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่?
คำตอบคือ: ต้องขึ้นทะเบียน 100% ทั้ง 2 หน่วยงาน (กสทช. และ CAAT) เนื่องจากโดรน FPV ทุกรุ่นติดกล้องถ่ายภาพ และสวมแว่นมองภาพผ่านกล้อง (Goggles) หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท
💡 กฎเหล็กสำหรับการบินโดรน FPV ในประเทศไทย
- ต้องมีผู้สังเกตการณ์ (Visual Observer / Spotter): เนื่องจากผู้บินสวมแว่น Goggles มองไม่เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว กฎหมาย CAAT จึงบังคับให้ต้องมี Spotter ยืนอยู่ข้างๆ คอยมองโดรนด้วยตาเปล่าตลอดเวลา
- ระดับความสูงสูงสุด: บินได้ไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) จากพื้นดิน
- ระยะห่างจากบุคคลและสิ่งปลูกสร้าง: รักษาระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตรจากบุคคล ทรัพย์สิน และยานพาหนะที่ไม่เกี่ยวข้อง
2. ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นทะเบียน FPV / Avata 2
ทำประกันภัยบุคคลที่ 3 และประกันตัวเครื่อง (Hull Insurance)
โดรน FPV มีความเสี่ยงต่อการชนหรือตกสูงกว่าโดรนทั่วไป RRCT จัดทำกรมธรรม์คุ้มครองบุคคลที่ 3 วงเงิน 1,000,000 บาท พร้อมประกันภัยตัวเครื่องตกเสียหาย 100% วงเงินสูงสุด 70,000 บาท (สำหรับ Avata 2 / FPV)
ขึ้นทะเบียนวิทยุคมนาคม กสทช. (NBTC)
ยื่นเอกสาร Serial Number ตัวเครื่อง โดรน รีโมต และแว่น Goggles พร้อมบัตรประชาชนและรูปถ่ายโดรน ได้รับใบรับแจ้งขึ้นทะเบียน คท.30
ขึ้นทะเบียนผู้บังคับและอากาศยาน CAAT
ยื่นขอใบอนุญาตนักบิน (Pilot License) และใบขึ้นทะเบียนอากาศยาน UAS Portal พร้อมแนบกรมธรรม์ประกันภัย
ซื้อมือหนึ่งหรือมือสอง? ให้ RRCT ดำเนินการ FPV & Avata 2 ให้ครบจบในที่เดียว
ทีมงานมืออาชีพประสานงาน กสทช. + CAAT + จัดหาประกันภัยความคุ้มครองสูง 70,000 บาท เริ่มต้นเพียง ฿1,599 รวมค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว